เครื่องคำนวณค่าลิขสิทธิ์ Spotify

คำนวณรายได้ Spotify อย่างแม่นยำ

ประเมินรายได้จากสตรีมมิ่ง หลังหักค่า Distributor ส่วนแบ่งค่าย และ Publishing ได้ฟรี พร้อมเทคนิคเพิ่มสตรีมและเข้า Playlist

เครื่องคำนวณรายได้โซเชียลมีเดีย
ฟรี ไม่ต้องสมัคร

คำนวณรายได้ Spotify

กรอกจำนวนสตรีมและข้อมูลรายได้ ระบบจะประเมินรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายให้ทันที

ข้อมูลเพลง
ข้อมูลรายได้
ปัจจัยปรับค่า
เทียบรายได้จริง

รายได้ศิลปินไทยบน Spotify

อ้างอิงจากศิลปินไทยในแต่ละระดับสตรีม ใช้เทียบกับผลที่คุณคำนวณได้ด้านบน

ศิลปิน/ประเภท สตรีม/เดือน รายได้/เดือน (USD) รายได้/เดือน (บาท) รายได้/ปี (บาท)
Indie Pop (เริ่มต้น)50,000$50-801,600-2,56019,200-30,720
Thai Rock (กลาง)250,000$225-4007,200-12,80086,400-153,600
Luk Thung Modern (ยอดนิยม)1,000,000$900-1,60028,800-51,200345,600-614,400
Thai Hip-Hop (ดัง)5,000,000$4,500-8,000144,000-256,0001,728,000-3,072,000
Top Thai Artist (ระดับโลก)20,000,000$18,000-32,000576,000-1,024,0006,912,000-12,288,000

หมายเหตุ: รายได้ต่อสตรีมขึ้นกับประเทศของผู้ฟังและสัดส่วน Premium สตรีมจากต่างประเทศให้รายได้สูงกว่าในไทย

ระบบค่าลิขสิทธิ์

เข้าใจการแบ่งรายได้จากสตรีมมิ่ง

Spotify Pool

Spotify นำรายได้ราว 70% มาแบ่งให้เจ้าของสิทธิ์ ตามสัดส่วนสตรีม

Master Recording

เจ้าของเพลงได้รับ 50-85% ของรายได้ ขึ้นกับสัญญากับค่าย

Publishing

นักแต่งเพลงได้รับราว 15% ของรายได้รวม ผ่าน PRO และ Publisher

Market Rate

อัตราต่อสตรีมต่างกันตามประเทศ ราว $0.001-0.006 ต่อสตรีม

คู่มือฉบับเต็ม

เข้าใจรายได้ Spotify สำหรับศิลปินไทย

รายได้จากการสตรีมบน Spotify เป็นเรื่องที่ศิลปินไทยหลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะตัวเลขต่อสตรีมดูน้อยมากจนหลายคนท้อ แต่เมื่อเข้าใจโครงสร้างการแบ่งรายได้ทั้งหมด ตั้งแต่ Master Recording, Publishing, ค่า Distributor ไปจนถึงส่วนแบ่งกับค่าย คุณจะวางแผนได้ว่าต้องมีสตรีมเท่าไหร่จึงจะถึงเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ การใช้เครื่องมือคำนวณค่าลิขสิทธิ์ Spotify ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของรายได้สุทธิที่เข้ากระเป๋าจริง หลังหักทุกส่วนแบ่งแล้ว

ระบบ Pro-rata ของ Spotify

Spotify ใช้ระบบแบ่งรายได้แบบ Pro-rata คือนำรายได้รวมทั้งหมดจากค่าสมาชิกและโฆษณามาประมาณ 70% แล้วแบ่งให้เจ้าของสิทธิ์ตามสัดส่วนจำนวนสตรีมในแต่ละเดือน หมายความว่ารายได้ต่อสตรีมไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แต่ผันแปรตามจำนวนสตรีมรวมของทั้งแพลตฟอร์ม สำหรับศิลปินไทยที่มีผู้ฟังในประเทศเป็นหลัก อัตราต่อสตรีมมักอยู่ที่ราว $0.001-0.003 หรือประมาณ 1-3 ดอลลาร์ต่อ 1,000 สตรีม ซึ่งเทียบเท่า 32-96 บาท ตัวเลขนี้จะสูงขึ้นหากมีผู้ฟังจากประเทศที่มูลค่าโฆษณาสูงและมีสัดส่วนผู้ใช้ Premium มาก

Master Recording กับ Publishing ต่างกันอย่างไร

รายได้จากเพลงหนึ่งเพลงแบ่งเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือ Master Recording ซึ่งเป็นรายได้จากการเป็นเจ้าของไฟล์บันทึกเสียง คิดเป็น 70-85% ของรายได้รวม ส่วนที่สองคือ Publishing ซึ่งเป็นรายได้จากการแต่งทำนองและเนื้อร้อง คิดเป็นราว 15% หากคุณเป็นทั้งศิลปินผู้ร้องและนักแต่งเพลงเอง คุณจะได้รับทั้งสองส่วนเต็ม ๆ นี่คือเหตุผลที่ศิลปินอิสระที่เป็นเจ้าของทุกสิทธิ์มักมีรายได้สุทธิต่อสตรีมสูงกว่าศิลปินที่เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ซึ่งต้องแบ่งส่วน Master ออกไป

เป็นเจ้าของ Master Recording ให้ได้มากที่สุดเพื่อเก็บรายได้ส่วนใหญ่
จดทะเบียน Publishing Rights กับ PRO เพื่อไม่พลาดรายได้ส่วนแต่งเพลง
เลือก Distributor ที่คิดค่าธรรมเนียมต่ำ เช่น DistroKid หรือ Amuse
เจาะผู้ฟังจากประเทศที่จ่ายสูงเพื่อเพิ่มอัตราต่อสตรีม

เลือก Distributor และค่าธรรมเนียม

Distributor คือตัวกลางที่นำเพลงของคุณขึ้นสู่ Spotify และแพลตฟอร์มอื่น ตัวเลือกยอดนิยมได้แก่ DistroKid ที่คิดค่าบริการรายปีแบบไม่จำกัดจำนวนเพลง TuneCore ที่คิดต่ออัลบั้มหรือเพลงเดี่ยว และ CD Baby ที่จ่ายครั้งเดียวแต่หักส่วนแบ่งจากรายได้ สำหรับศิลปินไทยที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำ DistroKid หรือ Amuse ที่มีแพลนฟรี เพราะช่วยประหยัดต้นทุนในช่วงแรกและเก็บรายได้ได้เกือบเต็มจำนวน ค่าธรรมเนียม Distributor เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่เครื่องมือนี้นำมาคำนวณ เพราะกินสัดส่วนรายได้ก่อนถึงมือคุณ

เพิ่มสตรีมและเข้า Editorial Playlist

วิธีเพิ่มรายได้ที่ตรงที่สุดคือเพิ่มจำนวนสตรีม และช่องทางที่ทรงพลังที่สุดคือการเข้า Editorial Playlist ของ Spotify เคล็ดลับคือใช้ Spotify for Artists ส่งเพลงล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ กรอกข้อมูลเพลงให้ครบทั้งอารมณ์ ความเร็ว และเครื่องดนตรี สร้างฐานแฟนให้แข็งแรงก่อน และรักษา Engagement Rate ที่ดีทั้งการ Save การแชร์ และการเพิ่มเข้า Playlist ส่วนตัว การมีฐานผู้ฟังและ Social Proof ที่ดีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ทีมบรรณาธิการของ Spotify มองเห็นและเลือกเพลงของคุณได้ง่ายขึ้น

ทำไมต้องเลือก Jay-Like

Jay-Like เป็น SMM Panel สัญชาติไทยที่ช่วยโปรโมตเพลงและเพิ่มการเข้าถึงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างฐานแฟนและ Social Proof ที่ช่วยผลักดันเพลงของคุณให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยราคาส่งตรงคุ้มค่า ระบบเริ่มงานอัตโนมัติ และทีมซัพพอร์ตคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อคุณคำนวณรายได้เป้าหมายจากสตรีมได้แล้ว การเร่งสร้างการรับรู้ในช่วงแรกคือก้าวสำคัญที่ช่วยให้เพลงของคุณไปถึงผู้ฟังกลุ่มใหม่และเพิ่มโอกาสเข้า Playlist ได้เร็วขึ้น

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Spotify จ่ายเงินให้ศิลปินยังไง

Spotify ใช้ระบบ pro-rata นำรายได้ราว 70% มาแบ่งตามสัดส่วนสตรีม ในไทยศิลปินได้ราว $0.001-0.003 ต่อสตรีม หรือ $1-3 ต่อ 1,000 สตรีม (32-96 บาท) ขึ้นกับสัดส่วน Premium vs Free

ต่างระหว่าง Master Recording กับ Publishing

Master Recording คือรายได้จากการเป็นเจ้าของไฟล์บันทึกเสียง (70-85% ของรายได้รวม) ส่วน Publishing คือรายได้จากการแต่งเพลง (ราว 15%) หากเป็นทั้งศิลปินและนักแต่งเพลง จะได้รับทั้งสองส่วน

เลือก Music Distributor ตัวไหนดี

DistroKid ($19.99/ปี ไม่จำกัดเพลง), TuneCore (คิดต่ออัลบั้ม/เพลงเดี่ยว), CD Baby (จ่ายครั้งเดียวแต่หัก 9%) สำหรับศิลปินไทยแนะนำ DistroKid หรือ Amuse (ฟรี) เพื่อเริ่มต้น

วิธีเข้า Editorial Playlists ของ Spotify

ใช้ Spotify for Artists ส่งเพลงล่วงหน้า 4 สัปดาห์ กรอกข้อมูลเพลงให้ครบ (อารมณ์ ความเร็ว เครื่องดนตรี) สร้างฐานแฟนให้แข็งแรง และมี Engagement สูง (Save, Share, Playlist adds)

Spotify เทียบกับ Apple Music, YouTube Music

ต่อ 1,000 สตรีมในไทย: Spotify $1-3 (32-96 บาท), Apple Music $6-10 (192-320 บาท), YouTube Music $0.5-2 (16-64 บาท), JOOX $0.3-1 Apple Music จ่ายสูงสุด แต่ Spotify มีผู้ใช้มากที่สุด

เสียภาษีรายได้จาก Spotify ยังไง

รายได้จากสตรีมมิ่งถือเป็นรายได้ค่าลิขสิทธิ์ หากต่ำกว่า 120,000 บาท/ปีมักไม่ต้องเสีย หากเกินต้องเสียภาษี 5-35% ควรเก็บหลักฐานรายได้จาก Distributor และปรึกษานักบัญชีเมื่อรายได้สูง

พร้อมเพิ่มสตรีมและรายได้จาก Spotify?

ใช้บริการของ Jay-Like เพื่อโปรโมตเพลงและเพิ่มการเข้าถึง ให้เพลงของคุณเป็นที่รู้จักเร็วขึ้น

สั่งงานผ่าน LINE